โอ้... วันนี้เป็นวันแรกเลยที่ได้ออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านงะ อยู่บ้านมากเกินจนรู้สึกเหมือนผีเฝ้าหลุมเข้าไปทุกทีแล้ว เซ็งสุดๆเลย แต่ออกไปข้างนอกนี่ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ T^T แต่ก็ยังดีกว่านั่งหง่าวอยู่ที่บ้านหละนะแถมหลังจากที่เที่ยวเสร็จก็ไปสอยพิเศษต่อ มีตังเข้ากะเป๋าอีก รู้สึกดีจัง แต่วันนี้ก็เสียตังไปกะอย่างอื่นเหมือนกัน ไม่น้อยด้วยอะจิ ซีด...
เอาเถอะ มาต่อเรื่องของเรากันดีก่า อิอิ
=======
The 3rd story 2007-12-29 [Au Neul]
คิม ออนึล
อายุ 28 ปี
ทำงานเป็น copyrighter ที่บริษัทโฆษณาชื่อดัง
สูง 165 ซม.
หนัก 48 กิโล
ย้ายมาอยู้ญี่ปุ่นได้ 5 ปีแล้ว
โอ้ย...วันนี้วันเสาร์นะ ทำไมยังต้องทำงานอีกหละ (ถึงจะแค่ครึ่งวันก็เถอะ) ไม่เข้าใจเลย ใกล้ปีใหม่แล้วให้พนักงานหยุดๆกันบ้างไม่ได้รึไง
ระหว่าที่ฉันกำลังทำงานอย่างเบื่อหน่าย แม่สาวโนตม ฮานะมากิ มาเอะ ก็เข้ามาชวนคุย เบื่อเหมือนกันสินะหล่อนหนะ แม่นี่อายุแค่ 24 เพื่งมาทำงานได้แค่ไม่กี่เดือน แถมมีหนุ่มมาจีบตั้งมาก น่าอิจฉาจิงๆเลย ตอนนี้ยัยมาเอะกำลังพยามถามเรื่องราวความรัก ณ เวลานี้อยู่ ไม่อยากจะพูดเลยว่าตอนนี้สิ้นไร้ไม่ตอกขนาดไหน มีแต่เรื่องให้โมโห แย่จิง อย่างเรื่องเมื่อคืนนี้ก็อีกเรื่อง ฉันก็เลยสาธยายเรื่องให้ยัยนั่นฟัง
เมื่อคืน
ออกจากบริษัทก็ราวๆสองทุ่ม ระหว่างทางกลับบ้านก็แวะชื่อหนังสืออ่านเล่น ก็ไปเปิดดูนิตยสารเพื่อแอบอ่านดวงที่ชอบ (แอบอ่านจะได้ไม่เสียตัง) ดวงเดือนนี้ดีมากๆเลย (ทั้งๆที่มันจะหมดเดือนอยู่แล้วยังไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรดีเลย) เค้าว่าจะได้พบเนื่อคู่ที่ตามหามานาน คนที่เป็นเนื่อคู่จะได้พบกันโดยบังเอิน 3 ครั้งภายในวันเดียว วันดี 28 งั้นก็วันนี้สินะ แต่นี่มันก็ดึกป่านนี้แล้ว มันคงโม้อีกตามเคยสินะ แบบนี้สินะที่เค้าว่ากันว่าเรื่องดวงในหนังสือมันเชื่อไม่ได้ (แต่ยังงัยก็ยังชอบอ่าน) ฉันก็เลยวางหนังสือกับไปที่เดิมของมันแล้วหยิบหนังสือที่ต้องการไปจ่ายเงินแล้วเดินออกมาจากร้าน
หลังจากที่เดินออกมาจากร้านแล้วก็หยิบกระเป๋าตังออกมาดูเงินที่ยังเหลือเดือนนี้ โอ้....กรรมแล้วงัยหละ เงินมันหายไปไหนตั้ง หมื่นเยนหละนั้น โอ้ยอยากร้องไห้
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกก........................" ฉันร้องออกมาด้วยความโมโหตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัว แถงยังเอามือขยุ้มผมตัวเองอีก แต่แล้วก็มีสายตาแปลกๆจากผู้ชายคนนึงที่เดินอยู่ข้างหน้าส่งมาที่ฉัน มันทำให้รู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูกจิงๆ แก่ป่านนี้แล้วยังถูกมองราวกับว่าเราเป็นยัยบ้าโรคจิตซะงั้น ซ่างเถอะยังงัยก็คงไม่เจอกันอีกแล้วหละ ฉันพยามปลอบใจตัวเองหลังจากเกิดเหตุการณ์หน้าแตกชนิดหมอไม่รับเย็บไปแล้ว
แล้วฉันก็เดินต่อไป
โครก~
นั่นมันเสียงทุเรศอะไรเนี่ย มันไม่ใช่เสียงประหลาดจากไหนหรอกนอกจากเสียงท้องที่หิวโยหลังจากที่ทำงานหนังมาทั้งวันหนะสิ ในหัวของฉันจึงเริ่มเรียบเรียงร้านอาหารที่จะผ่านระหว่างทางเดินกลับบ้าน ร้านข้าวแกงกะหรี่ ร้านอูด้ง ร้านซูชิ ร้านบะหมี่ ร้านข้าวหน้าหมูทอด แล้วก็ร้านอาหารขยะที่พวกวัยรุ่นชอบกินกัน คิดๆดูแล้ว ข้าวแกงกะหรี่ ซูชิ ข้าวหน้าหมูทอด มันจะให้พลังงานมากเกินไปสำหรับมื้อเย็น ที่เหลื่อก็แค่ อูด้งกับบะหมี่ ไปกินบะหมี่ร้านอาหารจีนดีกว่า เมื่อคิดได้ฉันก็เดินตรงไปที่ร้าน เอ๊ะ วันนี้คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ไม่มีที่นั่ง... แต่อยากกินอะ อ๊ะเห็นผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวไปขอนั่งด้วยคนดีกว่า
"ขอโทษนะค่ะ ขอนั่งด้วยได้มั้ยค่ะ"
"เชิญครับ" ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาตอบ และความอายก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง ก็จะเพราะอะไรอีกหละ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าผู้ชายคนนี้มันคนเดียวกับคนเมื่อกี้ที่ส่งสายตามองว่าฉันเป็นคนบ้าหนะสิ ทำไมมันได้โชคร้ายอย่างนี้นะวันนี้ ไหนในหนังสือบอกว่าวันนี้จะเจอเนื่อคู่แถมยังดวงดีสุดๆงัย หลอกกันชัดๆ
แต่ด้วยความหิวฉันก็เลยกลั้นใจนั่งลง โครก~ กรรมจิง เกิดเรื่องน่าอายอีกแล้ว อยากจะมุดดินหนีไปตอนนี้จิงๆเลย อ๊ากกกกกกกกกกกก........(เสียงร้องในใจ)
"ป้าค่ะ เอาบะหมี่ชามนึงค่ะ" ฉันสั่งบะหมี่เบี่ยงเบนความสนใจ
ไม่นานบะหมี่ก็ถูกเอามาเสิร์ฟ
"ขอบคุณค่ะ" แล้วฉันก็ลงมือกินบะหมี่ เอ๊ะ... ตะเกียบอยู่ไกลเป็นบ้าเลย
"ขอโทษค่ะ ช่วยหยิบตะเกียบให้หน่อยได้มั้ยค่ะ ไม่อยากพูดแต่ก็ต้องพูด ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นหยิบตะเกียบให้ฉันคู่หนึ่ง ว่าแต่หมอนี่กินเยอะจัง ผู้ชายเขากินเยอะแบบนี้ทุกคนรึเปล่านะ แต่ช่ายเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของฉันซะหน่อย แล้วฉันก็ลงมือกิน
เคร๊ง!!! ตะเกียบหล่น อยากตายไปตรงนี้จิงๆ ผู้ชายคนนั้นหยิบตะเกียบให้ฉันเหมือนรู้ ฉันหยิบมาแล้วก็จัดการยัดบะหมี่เข้าปากอยางรวดเร็ว แล้วชิ่งออกจากร้านทันที อายจะตายอยู่แล้ว
แล้วฉันก็เดินกลับบ้าน ถึงซะที ฉันหยิบกุญแจออกมาแล้วเสียบเข้าไป กรุ๊กกริ๊ก นั่นมันไม่ใช่เสียงกุญแจฉันนะ เพื่อนข้างห้องนี่เอง ฉันไม่ได้หันไปมองได้แต่ไขกุญแจต่อไปแล้วเดินเข้าห้อง
"ระวังเปิดประตูชนหัวตัวเองนะครับ" ฉันตกใจกับเสียงนั่นเลยเหลือมอง นั่น...นั่นมัน...นั่นมันผูชายคนนั้นนิ อ๊าก.......................... ทำไมชีวิต คิมออนึลคนนนี้มันช่างโชคร้ายอย่างนนี้นะ
แล้วฉันก็อาบน้ำแล้วพยามข่มตาหลับ จนในที่สุดก็หลับซะที
"เรื่องเมื่อวานมันก็เป็บแบบนี้หละมาเอะ" ยัยนั่นทำหน้าอึ้งๆส่งมาให้ฉัน "ทำไมทำหน้าอย่างงั้นย๊ะ"
"ก็ฉันว่าเค้าอาจจะเป็นเนื่อคู่พี่หนะสิ"
"ประสาทรึปล่าวฮะหล่อน"
"นี่พี่ ว่าแต่เค้าหล่อมั้ยหละ"
"หล่อมั้ยหรอ...อืม" ตานั่นก็ดูตัวสูงกว่าฉันประมาณเกือบ 20 เซ็นต์ได้ หน้าดาก็ดูโอเค ว่าแต่มันดูกวนๆอยู่นะ
"ว่างัยพี่ ตกลงว่าหล่อมั้ย"
"ก็พอดูได้อะนะ" ที่จิงก็ดูดีหรอก แต่ว่าเพราะนายกวนความหล่อของนายก็เลยหมดไปเรียบร้อยแล้ว ฮะฮะ
โอมสิ่งศักดิ์สิทย์เจ้าขา... ขอให้อย่าเจอะเจอคนคนนี้อีกเลยค่ะ
=======
แล้วเจอกันใหม่นะ บะบาย
edit @ 2 Jan 2008 22:39:14 by ~ Ka Ren ~